การรับมือกับผู้ต้องการเลิกใช้ยาเสพติด ในแบบฉบับครอบครัว

 ยังคงเป็นปัญหาที่มีมานานต่อเนื่องในเรื่องของยาเสพติด ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนก็ตาม ก็ยังไม่สามารถกวาดล้างให้หมดไปได้ เราจึงยังต้องอยู่ในสังคมร่วมกับผู้ที่มีการใช้ยาเสพติด แต่ในที่นี้จะพูดถึงบทบาทของ ครอบครัว ญาติสนิท ที่ควรปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัวที่มีการติดยา และมีความต้องการที่จะเลิกหรือหยุดใช้

 สำหรับครอบครัวหรือญาติสนิท ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บางครั้งผู้ที่ใช้ยาเสพติดจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวหยาบคาย จะมีผลมาจากการที่สารเสพติด ที่มีการใช้อย่างต่อเนื่อง ไปเปลี่ยนแปลงการทำงานในสมองของเขา ทำให้มีพฤติกรรมหรือการแสดงออก ออกมาเช่นนั้น ซึ่งหากผู้ใช้ยาต้องการหรือตัดสินใจแล้วว่าจะเลิก กำลังใจจากทางญาติพี่น้องจะเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยผลักดันให้เขาได้ทำมันได้สำเร็จ ดังนั้นการเข้าใจในตัวของเขา และสาเหตุที่เป็น จะช่วยให้ญาติมีความอดทนมากขึ้นในการรับมือและพร้อมที่จะให้กำลังใจต่อในการเลิกยาของเขา

 สิ่งที่ญาติหรือครอบครัวควรจะทำก็คือ คอยให้กำลังใจเขาอยู่เรื่อยๆ คอยย้ำเตือนถึงผลเสียของยาเสพติดที่มีต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย การงานหรือการเงิน เขาจะได้รู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญญาติต้องระวังคำพูด หรือน้ำเสียงในการพูดคุยกับเขา ไม่ควรมีการด่าทอ พูดจาจับผิด หรือเอาเรื่องที่ไม่ดีในอดีตมาพูดอีก เนื่องจากผู้ที่ต้องการเลิกยา หลังจากที่พยายามหยุดการใช้ จะมีอารมณ์อ่อนไหวได้ง่าย นอกจากนี้ญาติจะต้องดูแลเรื่องการรับประทานยาจากแพทย์ให้เขาเช่นกัน ให้มีการทานอย่างต่อเนื่อง และไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ 

      นอกจากกำลังใจจากญาติแล้ว ผู้ที่ต้องการที่จะเลิก ก็ควรจะให้กำลังใจตนเองเช่นกัน ต้องมีเป้าหมาย และอดทนต่อความอยากกลับไปใช้ยาอีกครั้ง เริ่มจากการหลีกเลี่ยงการกลับไปอยู่ในสังคมที่มีการใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนเดิมๆ หรือสถานที่ที่เคยเสพยา  ต้องพึงนึกอยู่เสมอว่าการเสพยาเป็นแค่ความสุขแค่ชั่วคราว ที่ส่งผลเสียอย่างมากต่อร่างกายและการใช้ชีวิตในภายหลัง และนอกจากการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องจากแทพย์แล้ว ควรหากิจกรรมที่ชอบอย่างอื่นทำด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย วาดภาพ หรือฟังเพลง กิจกรรมที่ชอบต่างๆจะช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกอยากกลับไปใช้ยาอีกครั้งได้ 

 ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งผู้ที่ต้องการจะเลิกยาและทางครอบครัวด้วยเช่นกัน หากมีการร่วมมือกัน ใช้ความเข้าใจ และคอยเป็นกำลังใจให้กันและกัน เชื่อว่าอีกไม่นานทุกท่านจะสามารถเลิกใช้ยาและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้