ตราบใดที่การใช้สารเสพติดและการเสพติดมีความสัมพันธ์กัน จึงชัดเจนว่าไม่มีปัจจัยอื่นใดที่จะต้องร่วมรับผิดชอบ

บุคคลใดที่ต่อสู้กับการเสพติดยา มักเจอกับปัจจัยหลายอย่างที่ยิ่งทำให้พวกเขาอ่อนไหวต่อการเสพติดยาง่ายขึ้น ทั้งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและชีวภาพที่ดูเหมือนจะมีบทบาทและที่พบเจอมากที่สุดคือ การได้สัมผัสกับยาเสพติดและประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด ดังที่กล่าวไปแล้วว่า บุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความอ่อนแอทางใจให้ใช้สารเสพติดได้

สิ่งสำคัญในการป้องกันและการฟื้นฟูจากอาการเสพติดยา คือการเรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียดที่มาพร้อมกับลักษณะบุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงโดยใช้กลไกการเผชิญปัญหาสุขภาพ ทางศูนย์ฟื้นฟู LHS มีวิธีการบำบัดหลากหลายวิธีที่มุ่งเน้นที่การจัดการตัวกระตุ้น และวิธีรับมือกับความเครียดที่อาจะเกิดขึ้นได้ตลอดการฟื้นฟู เพียงโทรหาเราวันนี้และมาพูดคุยถึงแนวทางการบำบัดที่ดีที่สุดที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

ลักษณะบุคลิกภาพใดที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านการเสพติดมากขึ้น?

ด้วยลักษณะบุคลิกภาพและพฤติกรรมเสพติดยา ทางมหาวิทยาลัยมอนทรีออลได้จัดทำโครงการต่อต้านยาเสพติดโดยใช้ชื่อ “Preventure” โดยโปรแกรมนี้ได้ระบุถึงปัจจัยเสี่ยงของการใช้ยาในทางที่ผิดตามลักษณะบุคลิกภาพในวัยรุ่น

ลักษณะบุคลิกภาพที่สำคัญสี่ประการต่อไปนี้ ถูกกำหนดว่าทำให้เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงต่อการเสพติดยามากยิ่งขึ้น:

ลักษณะที่หุนหันพลันแล่น

ลักษณะที่วิตกกังวลง่าย

ลักษณะความคิดเชิงลบ

ลักษณะความคิดที่โลดโผน

ดังนั้นการศึกษาบุคลิกภาพอาจช่วยให้นักวิจัยเข้าใจและรักษาอาการติดสารเสพติดได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษาหลายงานต่างล้มเหลวที่พยายามเชื่อมโยงยีนกับความผิดปกติของการใช้สารเสพติด เพราะอันที่จริงแล้วภาวะเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในครอบครัว หรือว่าอาจสื่อความหมายอ้อม ๆ เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างยีนและการติดยา ส่วนเรื่องลักษณะบุคลิกภาพก็อาจเป็นตัวเชื่อมระหว่างทั้งสองที่กล่าวมา

โดยปกติแล้ว คนที่ชอบเก็บตัวมักจะมีอารมณ์เชิงบวกน้อยลงซึ่งไม่ค่อนสนใจเรื่องการตอบแทนและมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดในทางที่ผิด ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลที่มีแนวโน้มที่จะเครียดหรือซึมเศร้าและจัดการกับความเครียดในชีวิตได้ไม่ดี ก็อาจเสี่ยงต่อการใช้ยาในทางที่ผิด นอกจากนี้ยังรวมถึงบุคคลที่มีความยับยั้งชั่งใจและความสามารถในการหยุดการกระทำหรือพฤติกรรมตัวเองในระดับที่ต่ำ ต่างก็มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะใช้ยาในทางที่ผิด จนกลายเป็นอาการเสพติดยา

บุคคลที่มีความเสี่ยงที่อ่อนไหวง่ายต่อการติดยา

แม้ว่าลักษณะบุคลิกภาพหลายอย่างจะเกี่ยวข้องกับอาการเสพติดการใช้ยา แต่ยังมีอีกประเภทบุคลิกภาพต่อไปนี้ที่ดูเหมือนจะส่งผลมากกว่า

ประเภทบุคลิกภาพแบบหุนหันพลันแล่น

การที่คนเราแสดงบุคลิกหุนหันพลันแล่นเป็นครั้งคราวนั้น พฤติกรรมนี้อาจกลายเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงบุคลิกภาพในเชิงเสพติด เมื่อความพึงพอใจในทันทีนั้นมีมากกว่าความปลอดภัยและข้อควรระวัง เป็นผลให้คนที่มีบุคลิกหุนหันพลันแล่นอาจมองข้ามผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้โดยสิ้นเชิง จึงเป็นการอธิบายได้ว่าเหตุใดบุคคลดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะเสพติดยา

เมื่อพูดถึงเรื่องการฟื้นฟู นับว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่มีบุคลิกหุนหันพลันแล่นที่จะได้ระบุถึงตัวกระตุ้นและฝึกในเรื่องการควบคุมตัวกระตุ้นนั้น

ประเภทบุคลิกภาพที่สวนกระแส

บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมของสังคมมีแนวโน้มที่จะฝ่าฝืนกฎหรือเป้าหมายบางประการ ซึ่งโดยทั่วไปได้รับการยกย่องจากสังคม และมีแนวโน้มที่จะมีการดูถูกผู้มีอำนาจในระดับหนึ่ง บุคคลเหล่านี้มักไม่รู้ตัวและไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านลบจากพฤติกรรมที่มีต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น

เมื่อพูดในส่วนการฟื้นฟู ผู้ที่ชอบสวนกระแสจะตอบสนองค่อนข้างดีต่อวิธีการบำบัดและเข้าใจถึงความสำคัญของระบบการบำบัดแบบประคับประคอง

ประเภทบุคลิกภาพของผู้ที่แสวงหาการสัมผัส

บุคคลที่เป็นผู้มีบุคลิกแสวงหาการสัมผัส มักมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นและรู้สึกเบื่อง่าย บุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นคนชอบเสี่ยงและเป็นพวกคลั่งไคล้อะดรีนาลีน รวมถึงชื่นชอบการทดลองซึ่งเป็นบุคลิกที่จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเสพติดยา

เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูบำบัด คนที่แสวงหาการสัมผัสมักจะดูถูกเรื่องความพยายามและโครงสร้างที่จำเป็นเพื่อคงไว้ซึ่งการฟื้นฟูบำบัด

ประเภทบุคลิกภาพที่วิตกกังวลหรือเครียด

บุคคลที่จมอยู่กับความวิตกกังวลหรือความเครียดเกือบตลอดเวลา มักมองว่าการผ่อนคลายและความพึงพอใจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก บุคคลแบบ “A” ประเภทที่มีความเครียดจะจมอยู่กับความวิตกกังวล ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อการใช้สารเสพติดเพื่อการปลดปล่อยและความสบายใจ จนกลายเป็นอาการเสพติดยาในที่สุด

ในเรื่องของการฟื้นฟูบำบัด บุคคลที่มีความวิตกกังวลหรือความเครียดควรเรียนรู้เทคนิคการผ่อนคลายและวิธีการรับมือกับความรู้สึกเหล่านั้น

แม้ว่าบุคลิกภาพเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะหันไปพึ่งยาเสพติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคลิกภาพเหล่านี้เป็นลักษณะ “เชิงลบ” แต่อย่างใด บุคคลที่มีบุคลิกแบบ “A” เป็นผู้ซึ่งแสวงหาความตื่นเต้น ผู้ที่ชอบสวนกระแสและผู้ที่กล้าเสี่ยง เหล่านี้สามารถและสร้างความสำเร็จได้อย่างมากในชีวิตหลาย ๆ ด้าน

การกำหนดตัวตนด้วยบุคลิกภาพประเภทใดก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้บ่งบอกว่าคุณมีชีวิตที่ต้องเสพติดยา สิ่งที่สำคัญคือ ต้องจดจำลักษณะบุคลิกภาพบางอย่างให้ได้เมื่อต้องรับมือกับอาการติดยาเสพติด

การคัดกรองบุคลิกภาพและการบำบัดที่ดีขึ้น

ลักษณะบุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กำลังมีปัญหาเสพติดยา ได้มีการเชื่อมโยงกับระบบสมองหลาย ๆ ส่วน

โดยทั่วไปแล้ว บุคคลที่มีอารมณ์เชิงบวกในระดับต่ำจะมีตัวรับโดปามีนน้อยลง ซึ่งเป็นสารเคมีที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกยินดีและได้รับรางวัลตอบแทน ทั้งนี้บุคคลที่มีตัวรับโดปามีนน้อยจะมีความไวต่อผลกระทบของสารเคมีลดลง ซึ่งอธิบายได้ว่า ทำไมผู้ติดยาจึงมักไม่สนใจรางวัลอื่นใดนอกเหนือจากยาเสพติด

แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่หลายคนเกิดมาพร้อมกับตัวรับโดปามีนที่มีน้อย แต่การใช้ยาเสพติดก็ยิ่งไปลดจำนวนตัวรับลงได้เช่นกัน โดยอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพที่ทำให้บุคคลนั้น ๆ ไม่กล้าเปิดเผยตัวและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ยาและเสพติดยาในที่สุด

การใช้ยามีผลต่อบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยจะเปลี่ยนไปในทางที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเสพติดยาหนักมากขึ้น

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจวงจรของระบบสมองที่เป็นตัวกำหนดลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อช่วยให้แต่ละคนอดทนต่อการใช้ยาและการเสพติดได้ และนี่คือ สิ่งที่โครงการป้องกันและแทรกแซงยาเสพติดมีเป้าหมายที่จะทำ!

การคัดกรองบุคลิกภาพเป็นขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพในการระบุปัญหาทางสุขภาพจิตที่มาพร้อมกับพฤติกรรมการแสวงหายา รวมถึงภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลและความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ