ยาอีคืออะไร?

     ยาอี มาจากคำว่า Ecstasy ที่แปลว่า สนุกสนานเบิกบานใจ มีสูตรโครงสร้างใกล้เคียงกับยาบ้า คือ เมทแอมเฟตามีน แต่ออกฤทธิ์ร้ายแรงกว่า  คือนอกจากจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทแล้ว ยังมีฤทธิ์หลอนประสาทอีกด้วย 

     ยาอีหรือ MDMA ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาโดยชาวญี่ปุ่น สังเคราะห์เพื่อให้ออกฤทธิ์สร้างความสุข  สนุกสนาน เคลิบเคลิ้มกับทุกอย่างรอบตัวเกินความเป็นจริง มีคนให้ฉายาว่า เป็นยาแห่งความรัก  เพราะผู้เสพจะรู้สึกได้รับความรักและความอบอุ่นหลังจากที่มีการใช้ยา นอกจากนี้ก็มีบางท่านใช้ยาอีเพื่อให้เกิดความรู้สึกทางเพศมากขึ้นอีกด้วย  และเนื่องจากยาอีเป็นยาเสพติดราคาแพง ผู้ผลิตยาจึงอาจผสมสารเสพติดชนิดอื่นลงไปเพื่อลดต้นทุน เช่นเฮโรอีน หรือยาเค แต่นั่นจะส่งผลให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่ามีผลต่อร่างกาย ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

     ผลของยาอีต่อร่างกายนั้น มีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

     ผลในระยะสั้น  :  จะเริ่มออกฤทธิ์หลังเสพไปประมาณ20 นาที ถึง 1ชั่วโมง  อาการที่พบ ได้แก่ ความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น ,สนุกสนานเป็นสุข  , ความยับยั้งชั่งใจน้อยลง ,เหงื่อออกมาก ,คลื่นไส้ , หัวใจเต้นเร็ว และเสี่ยงร่างกายขาดน้ำ 

     ผลในระยะยาว : เมื่อมีการใช้ยาอีอย่างต่อเนื่อง จะมีอาการที่พบได้แก่ อาการซึมเศร้า ,หดหู่ , วิตกกังวล ,ความจำเสื่อม ,ตับและไตถูกทำลาย และเสียงต่อโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน 

     เห็นได้ว่ายาอีส่งผลเสียเป็นอย่างมากต่อร่างกาย  แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากเช่นกัน ที่ยังคงใช้ยาอีในชีวิตประจำวัน บางครั้งในบางรายมีการใช้ยาเกินขนาด อาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว  มีอาการลมชัก และหมดสติ แนะนำให้ญาติหรือคนรู้จักรีบนำส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาและบำบัดต่อไป มิเช่นนั้นวันนึงอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตได้