ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563  สำนักงาน ป.ป.ส. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) ได้ทำการตรวจยึดยาเคจำนวน 11.5 ตัน ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการจับกุมยาเคครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นับตั้งแต่ที่มีมา

       ยาเค หรือ เคตามีน จะมีทั้งแบบผง และแบบน้ำขาวใส อันที่จริงแล้วทางการแพทย์จะใช้เป็นยาในกลุ่มของยาสลบ เพื่อออกฤทธิ์ระงับอาการปวด,ระงับประสาท หรือใช้ก่อนจะผ่านไปใช้ยาสลบชนิดอื่น ก่อนทำการผ่าตัด ตัวยาจะออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้แพทย์จะใช้เคตามีนแจกจ่ายให้ในกลุ่มผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยา เช่นผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือโรคซึมเศร้าอีกด้วย แต่ในปัจจุบันมีผู้นำยานี้มาใช้ผิดประเภท หวังเพื่อให้ออกฤทธิ์หลอนประสาท,มึนเมา,ช่วยให้ผ่อนคลาย และรู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์  แต่หากมีการใช้ยาบ่อยๆ จะทำให้เกิดการเสพติดและเป็นโรคจิตได้ ยานี้หากร่างกายมีการได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการ อาเจียน ชัก สมองและกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

      ยาเคสามารถนำเข้าสู่ร่างกายได้โดยการรับประทาน สูดดม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ เมื่อยาหมดฤทธิ์จะมีผลข้างเคียงต่อผู้ใช้ยาคือ  จะมีอาการประสาทหลอน  สับสน อยู่ไม่สุก จำอะไรไม่ค่อยได้ บางรายมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น  และที่สำคัญหากมีการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ยาจะไปทำลายระบบปัสสาวะ ส่งผลให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ และจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเมื่อต้องปัสสาวะ ในการรักษาอาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนกระเพาะปัสสาวะปลอมเลยทีเดียว

       เราจะเห็นได้ว่า เคตามีน มีทั้งคุณประโยชน์และโทษรุนแรงหากมีการนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้ยาไม่ว่าชนิดใดก็ตามควรมีการ ปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากจะส่งผลต่อร่างกายแล้ว อาจจะมีผลในทางกฏหมายตามมาเช่นกัน