ยาไอซ์ หรือไอซ์ ( Ice) มีชื่อทางเคมีว่า เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine ) ซึ่งก็คือยาบ้าประเภทหนึ่งในรูปของสารบริสุทธิ์ แต่จะออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้า  โดยส่งผลต่อระบบประสาท จะให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน ร่าเริง และไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และเนื่องจากยาไอซ์จะมีลักษณะเป็นผลึกใสคล้ายก้อนน้ำแข็ง อาจไม่มีสีถึงมีสีขาว จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อยาไอซ์ หรือน้ำแข็งนั่นเอง

ไอซ์ให้ผลเสพติดหรือไม่ ? 

แน่นอนว่ายาไอซ์ทำให้เกิดการเสพติด และติดอย่างง่ายดาย เพียงแค่มีการใช้ไม่กี่ครั้ง เนื่องจาก แอมเฟตามีนจะส่งผลต่อระบบจิตและประสาท มีฤทธิ์เสพติดที่รุนแรงและอันตรายกว่ายาบ้าทั่วๆไป โดยเมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์กระตุ้นสมองให้หลั่งสารสื่อประสาท โดพามีน(Dopamine) ออกมามากผิดปกติ สารนี้ทำให้เกิดอารมณ์สนุกสนานเคลิบเคลิ้ม แต่หากเมื่อยาหมดฤทธิ์ สมองจะต้องการให้เกิดการหลั่งของสารโดพามีนอีก ทำให้ผู้เสพต้องกลับมาใช้ยาอีกครั้งเพื่อสร้างความสุข ในรูปแบบเดิม

ยาไอซ์ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ระบุว่า ยาไอซ์ เมทแอมเฟตามีน เป็นยาเสพติดประเภทที่1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่นเดียวกับเฮโรอีนและยาบ้า

ผู้ที่กระทำความผิด โดยการครอบครองเพื่อเสพมี โทษตามกฎหมายคือโทษจำคุก1ปี ถึง10 ปี และโทษปรับสูงสุด 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่มีการครอบครองสารเสพติดให้โทษในประเภทนี้เกินกว่า 20 กรัมกฎหมายให้ถือว่าเป็นการครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

ผลในระยะสั้น

  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มมากขึ้น
  • มีอาการใจสั่น
  • ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • ปากแห้ง ไม่อยากอาหาร
  • กระวนกระวายและนอนไม่หลับ

ผลในระยะยาว

  • ลดความอยากอาหาร จนน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ส่งผลต่อสมาธิและความสามารถในการจดจำ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับฟันผุ และโรคเหงือก
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดไวรัสในเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เอชไอวี/เอดส์ (หากใช้เข็มร่วมกัน)
  • มีความผิดปกติของปอด
  • ปัญหาไต
  • ก่อให้เกิดภาวะโรคซึมเศร้ารุนแรง
  • มีอาการประสาทหลอนและหวาดระแวง จนส่งผลต่อพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้คนรอบข้างได้

ทำไมคนถึงเสพยาไอซ์ ?

ยาไอซ์มักเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่มีฐานะ คนดัง นักร้อง รวมถึงคนทั่วไปที่มีกำลังในการซื้อเนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างแพงกว่ายาบ้า บางคนเริ่มต้นจากความอยากรู้อยากลอง จนมีการทดลองใช้ จนกระทั่งกลายเป็นเสพติด เพราะความสุขที่ได้รับ และความเพลินเพลินระหว่างการเสพเข้าไป ทำให้มีความต้องการใช้มากขึ้นเรื่อยๆ และบางครั้งเป็นเสมือนแฟชั่นในกลุ่มผู้ใช้ยา นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า ยาไอซ์จะช่วยให้สมองดี เรียนดี ช่วยเพิ่มสมรรถภาพและความต้องการทางเพศอีกด้วย 

วิธีเสพยา

ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้วิธีสูดดมไอระเหยเข้าไป, การฉีดเข้าเส้นเลือด, และการกลืน 

  • การสูดดมไอระเหย จะใช้วิธีเผาไฟผ่านฟรอยด์แล้วสูดดมควันเข้าไป การออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว วิธีนี้หากใช้ต่อเนื่องจะส่งผลต่อโพรงไซนัส อาจส่งผลให้มีอาการน้ำมูกไหลเรื้อรัง
  • ฉีดเข้าเส้นเลือด โดยการนำไปละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นเลือด โดยยาจะออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็วเช่นกัน  วิธีนี้มีจะความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อทางเลือด เช่น เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี และไวรัสตับอักเสบบี อันเนื่องมาจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • การกลืน การกลืนอาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร เนื่องจากจะออกฤทธิ์ช้า ประมาณ15-20 นาที หลังจากที่มีการเสพเข้าไป

จะบอกได้อย่างไรเมื่อมีอาการเมายา

การแสดงออกทางพฤติกรรม อาจบ่งบอกถึงความผิดปกตินั้นได้ เช่น

  • รูม่านตาขยาย
  • หายใจถี่ กัดฟัน
  • มีพฤติกรรมก้าวร้าว ตัวสั่น คลุ้มคลั่ง
  • มีการตื่นตัวหรือกระฉับกระเฉงมากมากผิดปกติ
  • อารมณ์รุนแรงแปรปรวน มีการระเบิดอารมณ์
  • ความดันโลหิต ,อุณหภูมิร่างกาย,และอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น