ตราบใดที่การใช้สารเสพติดและการเสพติดมีความสัมพันธ์กัน จึงชัดเจนว่าไม่มีปัจจัยอื่นใดที่จะต้องร่วมรับผิดชอบ

บุคคลใดที่ต่อสู้กับการเสพติดยา มักเจอกับปัจจัยหลายอย่างที่ยิ่งทำให้พวกเขาอ่อนไหวต่อการเสพติดยาง่ายขึ้น ทั้งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและชีวภาพที่ดูเหมือนจะมีบทบาทและที่พบเจอมากที่สุดคือ การได้สัมผัสกับยาเสพติดและประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด ดังที่กล่าวไปแล้วว่า บุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความอ่อนแอทางใจให้ใช้สารเสพติดได้

สิ่งสำคัญในการป้องกันและการฟื้นฟูจากอาการเสพติดยา คือการเรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียดที่มาพร้อมกับลักษณะบุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงโดยใช้กลไกการเผชิญปัญหาสุขภาพ ทางศูนย์ฟื้นฟู LHS มีวิธีการบำบัดหลากหลายวิธีที่มุ่งเน้นที่การจัดการตัวกระตุ้น และวิธีรับมือกับความเครียดที่อาจะเกิดขึ้นได้ตลอดการฟื้นฟู เพียงโทรหาเราวันนี้และมาพูดคุยถึงแนวทางการบำบัดที่ดีที่สุดที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

ลักษณะบุคลิกภาพใดที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านการเสพติดมากขึ้น?

ด้วยลักษณะบุคลิกภาพและพฤติกรรมเสพติดยา ทางมหาวิทยาลัยมอนทรีออลได้จัดทำโครงการต่อต้านยาเสพติดโดยใช้ชื่อ “Preventure” โดยโปรแกรมนี้ได้ระบุถึงปัจจัยเสี่ยงของการใช้ยาในทางที่ผิดตามลักษณะบุคลิกภาพในวัยรุ่น

ลักษณะบุคลิกภาพที่สำคัญสี่ประการต่อไปนี้ ถูกกำหนดว่าทำให้เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงต่อการเสพติดยามากยิ่งขึ้น:

ลักษณะที่หุนหันพลันแล่น

ลักษณะที่วิตกกังวลง่าย

ลักษณะความคิดเชิงลบ

ลักษณะความคิดที่โลดโผน

ดังนั้นการศึกษาบุคลิกภาพอาจช่วยให้นักวิจัยเข้าใจและรักษาอาการติดสารเสพติดได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษาหลายงานต่างล้มเหลวที่พยายามเชื่อมโยงยีนกับความผิดปกติของการใช้สารเสพติด เพราะอันที่จริงแล้วภาวะเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในครอบครัว หรือว่าอาจสื่อความหมายอ้อม ๆ เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างยีนและการติดยา ส่วนเรื่องลักษณะบุคลิกภาพก็อาจเป็นตัวเชื่อมระหว่างทั้งสองที่กล่าวมา

โดยปกติแล้ว คนที่ชอบเก็บตัวมักจะมีอารมณ์เชิงบวกน้อยลงซึ่งไม่ค่อนสนใจเรื่องการตอบแทนและมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดในทางที่ผิด ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลที่มีแนวโน้มที่จะเครียดหรือซึมเศร้าและจัดการกับความเครียดในชีวิตได้ไม่ดี ก็อาจเสี่ยงต่อการใช้ยาในทางที่ผิด นอกจากนี้ยังรวมถึงบุคคลที่มีความยับยั้งชั่งใจและความสามารถในการหยุดการกระทำหรือพฤติกรรมตัวเองในระดับที่ต่ำ ต่างก็มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะใช้ยาในทางที่ผิด จนกลายเป็นอาการเสพติดยา

บุคคลที่มีความเสี่ยงที่อ่อนไหวง่ายต่อการติดยา

แม้ว่าลักษณะบุคลิกภาพหลายอย่างจะเกี่ยวข้องกับอาการเสพติดการใช้ยา แต่ยังมีอีกประเภทบุคลิกภาพต่อไปนี้ที่ดูเหมือนจะส่งผลมากกว่า

ประเภทบุคลิกภาพแบบหุนหันพลันแล่น

การที่คนเราแสดงบุคลิกหุนหันพลันแล่นเป็นครั้งคราวนั้น พฤติกรรมนี้อาจกลายเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงบุคลิกภาพในเชิงเสพติด เมื่อความพึงพอใจในทันทีนั้นมีมากกว่าความปลอดภัยและข้อควรระวัง เป็นผลให้คนที่มีบุคลิกหุนหันพลันแล่นอาจมองข้ามผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้โดยสิ้นเชิง จึงเป็นการอธิบายได้ว่าเหตุใดบุคคลดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะเสพติดยา

เมื่อพูดถึงเรื่องการฟื้นฟู นับว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่มีบุคลิกหุนหันพลันแล่นที่จะได้ระบุถึงตัวกระตุ้นและฝึกในเรื่องการควบคุมตัวกระตุ้นนั้น

ประเภทบุคลิกภาพที่สวนกระแส

บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมของสังคมมีแนวโน้มที่จะฝ่าฝืนกฎหรือเป้าหมายบางประการ ซึ่งโดยทั่วไปได้รับการยกย่องจากสังคม และมีแนวโน้มที่จะมีการดูถูกผู้มีอำนาจในระดับหนึ่ง บุคคลเหล่านี้มักไม่รู้ตัวและไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านลบจากพฤติกรรมที่มีต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น

เมื่อพูดในส่วนการฟื้นฟู ผู้ที่ชอบสวนกระแสจะตอบสนองค่อนข้างดีต่อวิธีการบำบัดและเข้าใจถึงความสำคัญของระบบการบำบัดแบบประคับประคอง

ประเภทบุคลิกภาพของผู้ที่แสวงหาการสัมผัส

บุคคลที่เป็นผู้มีบุคลิกแสวงหาการสัมผัส มักมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นและรู้สึกเบื่อง่าย บุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นคนชอบเสี่ยงและเป็นพวกคลั่งไคล้อะดรีนาลีน รวมถึงชื่นชอบการทดลองซึ่งเป็นบุคลิกที่จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเสพติดยา

เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูบำบัด คนที่แสวงหาการสัมผัสมักจะดูถูกเรื่องความพยายามและโครงสร้างที่จำเป็นเพื่อคงไว้ซึ่งการฟื้นฟูบำบัด

ประเภทบุคลิกภาพที่วิตกกังวลหรือเครียด

บุคคลที่จมอยู่กับความวิตกกังวลหรือความเครียดเกือบตลอดเวลา มักมองว่าการผ่อนคลายและความพึงพอใจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก บุคคลแบบ “A” ประเภทที่มีความเครียดจะจมอยู่กับความวิตกกังวล ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อการใช้สารเสพติดเพื่อการปลดปล่อยและความสบายใจ จนกลายเป็นอาการเสพติดยาในที่สุด

ในเรื่องของการฟื้นฟูบำบัด บุคคลที่มีความวิตกกังวลหรือความเครียดควรเรียนรู้เทคนิคการผ่อนคลายและวิธีการรับมือกับความรู้สึกเหล่านั้น

แม้ว่าบุคลิกภาพเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะหันไปพึ่งยาเสพติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคลิกภาพเหล่านี้เป็นลักษณะ “เชิงลบ” แต่อย่างใด บุคคลที่มีบุคลิกแบบ “A” เป็นผู้ซึ่งแสวงหาความตื่นเต้น ผู้ที่ชอบสวนกระแสและผู้ที่กล้าเสี่ยง เหล่านี้สามารถและสร้างความสำเร็จได้อย่างมากในชีวิตหลาย ๆ ด้าน

การกำหนดตัวตนด้วยบุคลิกภาพประเภทใดก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้บ่งบอกว่าคุณมีชีวิตที่ต้องเสพติดยา สิ่งที่สำคัญคือ ต้องจดจำลักษณะบุคลิกภาพบางอย่างให้ได้เมื่อต้องรับมือกับอาการติดยาเสพติด

การคัดกรองบุคลิกภาพและการบำบัดที่ดีขึ้น

ลักษณะบุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กำลังมีปัญหาเสพติดยา ได้มีการเชื่อมโยงกับระบบสมองหลาย ๆ ส่วน

โดยทั่วไปแล้ว บุคคลที่มีอารมณ์เชิงบวกในระดับต่ำจะมีตัวรับโดปามีนน้อยลง ซึ่งเป็นสารเคมีที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกยินดีและได้รับรางวัลตอบแทน ทั้งนี้บุคคลที่มีตัวรับโดปามีนน้อยจะมีความไวต่อผลกระทบของสารเคมีลดลง ซึ่งอธิบายได้ว่า ทำไมผู้ติดยาจึงมักไม่สนใจรางวัลอื่นใดนอกเหนือจากยาเสพติด

แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่หลายคนเกิดมาพร้อมกับตัวรับโดปามีนที่มีน้อย แต่การใช้ยาเสพติดก็ยิ่งไปลดจำนวนตัวรับลงได้เช่นกัน โดยอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพที่ทำให้บุคคลนั้น ๆ ไม่กล้าเปิดเผยตัวและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ยาและเสพติดยาในที่สุด

การใช้ยามีผลต่อบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยจะเปลี่ยนไปในทางที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเสพติดยาหนักมากขึ้น

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจวงจรของระบบสมองที่เป็นตัวกำหนดลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อช่วยให้แต่ละคนอดทนต่อการใช้ยาและการเสพติดได้ และนี่คือ สิ่งที่โครงการป้องกันและแทรกแซงยาเสพติดมีเป้าหมายที่จะทำ!

การคัดกรองบุคลิกภาพเป็นขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพในการระบุปัญหาทางสุขภาพจิตที่มาพร้อมกับพฤติกรรมการแสวงหายา รวมถึงภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลและความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ

https://www.tuugo.in.th/Companies/lighthouse-centre/0290003116029

https://www.communitywalk.com/map/index/2537423

https://www.callupcontact.com/b/businessprofile/Lighthouse_Centre/7414827

http://www.askmap.net/location/5488094/thailand/lighthouse-human-services-consulting-co.-ltd.

http://www.businesslistify.com/business/health-and-medical/lighthouse-centre

http://www.yellchoice.com/business/health-and-medical/lighthouse-centre

https://www.citybyapp.com/thailand/saphan-sung-bangkok/health-medical/lighthouse-centre

https://trueen.com/business/listing/lighthouse-centre/63472

http://www.40billion.com/company/266960030

http://www.listylocal.com/business/health-and-medical/lighthouse-centre

http://www.yellow-listing.com/business/health-and-medical/lighthouse-centre

http://welocalpeople.com/local-business/lighthouse-centre/

http://lekkoo.com/v/5e7c7cca1476caeb7200006b/Lighthouse-Centre/#lat=24.790672&lng=67.041417&zoom=17

http://www.listnow.co/business/health-and-medical/lighthouse-centre

https://www.zeemaps.com/map?group=3753248&location=Ramkhamhaeng%20Rd%2C%20Saphan%20Sung%2C%20Bangkok%2010240%2C%20THA&add=1

http://www.hot-web-ads.com/view/item-13772223-Lighthouse-Centre.html

https://about.me/lighthousecentre

https://foursquare.com/v/lighthouse-centre/5e9d48cd92eaa20008b47eb4

https://justpaste.it/LighthouseCentre78

https://mapquest.com/my-maps/de4cc90f-6b62-4124-9e7b-29855c17d1f9

https://www.expatriates.com/cls/44853260.html

http://tupalo.com/en/bangkok/lighthouse-centre

http://www.lacartes.com/business/Lighthouse-Centre/1593342

https://teleadreson.com/lighthouse-centre,118-ramkhamhaeng-rd,-saphan-sung-bangkok-10240-MKaKADCmigA.html

http://www.place123.net/place/lighthouse-centre–thailand

http://where2go.com/binn/b_search.w2g?function=detail&type=power&listing_no=1864169&_UserReference=7F00000146532FB8A4616DD9ADA85E9D52C8

http://pininthemap.com/pp81dd4a08e22e448d5

http://www.iformative.com/product/lighthouse-centre-p1705687.html

https://globalcatalog.com/lighthousecentre.th

https://fonolive.com/b/th/bangkok/business/22002/lighthouse-centre

https://www.dealerbaba.com/suppliers/others/lighthouse-centre.html

https://www.finditguide.com/thailand/saphan-sung/business/lighthouse-centre

https://www.b2bco.com/lhsthai

https://anchor.fm/lhsthaibangkok
https://open.spotify.com/show/6XvLpDVMPNrMIDVZETVGPb

หากคุณพยายามหาเหตุผลที่จะเลิกยาเสพติด นับว่าเป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ที่คุณรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้มีความสุข สนุกสนาน หรือประสบความสำเร็จเหมือนแต่ก่อน คุณอาจจะเคยได้ยินมาว่า คนเราสามารถใช้ยาเสพติดได้โดยที่ชีวิตไม่พัง อันที่จริงมันพอเป็นไปได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งและสำหรับบางคนเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากคน ๆ หนึ่งใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ติดต่อกันจนถึงจุดที่เรียกว่า การเสพติด แน่นอนว่าชีวิตคน ๆ นั้นมาถึงจุดตกต่ำเข้าแล้ว

หวังอย่างยิ่งว่า คุณได้เข้ามาอ่านบทความนี้ก่อนที่จะเกินเลยไปถึงจุดดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการให้กำลังใจทุกท่าน บทความนี้จึงบอก 8 เหตุผลที่จะใช้บอกเลิกยาเสพติด

1. เพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ไม่มียาเสพติดตัวไหนส่งผลดีต่อผู้เสพ เนื่องจากยาเสพติดล้วนมีสรรพคุณอันเป็นพิษ และแน่นอนว่าส่งผลกระทบที่แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของยา อย่างเช่นเฮโรอีนหรือยาแก้ปวด มันจะไปยับยั้งการทำงานของปอดและก่อให้เกิดวัณโรค โรคปอดอักเสบหรือฝี หากเป็นกัญชาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง ลักษณะคล้ายกับการเกิดของโรคจิตเภท นี่ยังไม่ได้เอ่ยถึงความเสียหายต่อปอดซึ่งมีเกิดขึ้นด้วย ส่วนยาบ้านั้นส่งผลร้ายรุนแรงทั่วร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง การใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินจะส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง และร่างกายขาดสารอาหารอย่างรุนแรงซึ่งอาจไปกระทบต่อความสามารถในการต้านทานโรคได้

2. ลดความเสี่ยงการเสียชีวิต

ยาเสพติดหลายชนิดสามารถทำให้เสียชีวิตได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณใช้มัน และข้อเสียอื่น ๆ อาจมีผลกระทบในระยะยาว อย่างเช่นโคเคนที่ส่งผลรุนแรงต่อหัวใจและหลอดเลือดแดง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหรือหัวใจวายได้ ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลถึงชีวิต หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่ายาเสพติดชนิดใดก็ตามล้วนส่งผลร้ายแรงหากใช้ยาเกินขนาด สารสังเคราะห์ต่าง ๆ เช่น ยาอี (ecstasy) อาจทำให้คุณร้อนจัดซึ่งอาจทำให้อวัยวะเสียหายได้ ดังนั้นหยุดใช้ยา เพราะคุณยังมีโอกาสใช้ชีวิตที่ดีและยืนยาวกว่านี้

3. มีแนวโน้มที่จะทำงานได้ดีขึ้น

หนึ่งในสัญญาณทั่วไปของการถลำลึกไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คือ การสูญเสียการงาน คนที่ใช้ยาเสพติดโดยทั่วไปมักโทษผู้อื่นต่อความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น แต่จริงแล้วเป็นเพราะศักยภาพการทำงานของคนนั้นแย่ลง ซึ่งอาจเกิดจากการเจ็บป่วยเป็นเวลานาน ทำโปรเจคงานไม่เสร็จตามกำหนดหรือทำงานผิดพลาดหลายครั้ง ลูกค้าหลายท่านอาจได้การบริการที่ไม่ดีและเพื่อนร่วมงานอาจรู้สึกว่าไม่มีตัวตน ผลสุดท้ายคือ ไม่มีงานให้ทำอีกต่อไปหรือตกงานนั่นเอง

4. รักษาความสัมพันธ์ของคุณ

หากคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัวไม่ใช่คนที่ร่วมเสพยาไปด้วย นับเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดผลเสียที่รุนแรงต่อความสัมพันธ์ หรือถึงขึ้นยุติความสัมพันธ์ลงเมื่อพวกเขาทนไม่ไหวหากยังคงมีการใช้ยาเสพติดต่อไปอีก กลับกันถ้าคนรอบข้างต่างก็ใช้ยาเสพติดร่วมกับคุณ เด็ก ๆ จะถูกแยกออกมาจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว และแน่นอนว่าทั้งชีวิตคุณอาจกำลังกอดคอกันตกต่ำไปพร้อม ๆ กัน

5. มีเงินเหลือมากขึ้น

สมมติคุณติดเฮโรอีนซึ่งต้องใช้เงินซื้อราว ๆ  4,500 – 6,000 บาทต่อวันเพื่อสนองพฤติกรรมเสพติด ส่วนการติดยาแก้ปวดจะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นเช่นเดียวกับโคเคน ด้านกัญชาอาจยังคงมีค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาทต่อปี ขณะที่แอลกอฮอล์อาจใช้เงิน 9,000 ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมและทำเลที่อยู่ โดยเงินทั้งหมดนี้สามารถเป็นเงินเก็บของคุณเพื่อนำไปพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้ หากเมื่อก่อนคุณหาเงินที่ผิดต่อกฏหมาย กลับใจเสียตอนนี้ แล้วคุณจะปลอดภัยจากการถูกจับกุม

6. ค่อย ๆ ฟื้นฟูความสามารถการรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงหรืออารมณ์โดยแท้ได้อีกครั้ง

การรับรู้อารมณ์ เช่น ความสุขในช่วงเวลาพิเศษที่เกิดขึ้น ความเศร้าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นต้น ยาเสพติดและแอลกอฮอล์จะไปกดการตอบสนองทางอารมณ์อย่างแท้จริงต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต โดยที่ยากดประสาทและยากล่อมประสาทจะไปกดทุกอย่างให้ไร้อารมณ์เหมือนกันหมด ส่วนฝิ่นและกัญชาอาจทำให้คนรู้สึกเบิกบานแม้ว่าชีวิตของคน ๆ นั้นจะล้มเหลวก็ตาม ทางด้านยาบ้าและสารกระตุ้นอื่น ๆ โดยทั้งหมดจะทำให้เกิดการแสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์หลอน ดังนั้น การใช้ยาเสพติดในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดความเมินเฉยและภาวะซึมเศร้าได้โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังพยายามเลิกยา

7. คนจะชอบที่คุณอาการดีขึ้น

เพื่อน ๆ ต่างมีความสุขกับการทำงานร่วมกันในบริษัท

เหตุผลนี้เกือบจะใช่โดยทั้งหมด หลายคนกลายเป็นคนใจร้ายหรือก้าวร้าวขณะเมายาเสพติด และการสูบกัญชาอย่างหนัก อาจทำให้เกิดการเสียขวัญหรือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมซึ่งอาจทำให้คุณกลายเป็นภาระต่อเพื่อนร่วมงาน หากคุณเสพยาเกินขนาดต่อหน้าใครสักคนที่ต้องรีบพาคุณส่งเข้าโรงพยาบาล ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ดีในการหาเพื่อนคบ สารกระตุ้นต่าง ๆ เช่น โคเคนและยาไอซ์มักทำให้คนก้าวร้าวและหวาดระแวง ซึ่งส่งผลแย่ต่อเพื่อร่วมงานหรือญาติพี่น้องคุณ

8. การใช้ยาเสพติดคือการทำให้ชีวิตถึงทางตัน

เหตุผลสำคัญที่สุดในการเลิกใช้ยาบางทีมันก็คือ การทำให้ชีวิตถึงทางตัน เพราะผลสุดท้ายของการเสพติดยาคือ ความตาย ติดคุก หรือ การเลิกยานั่นเอง จริงอยู่ที่การเผชิญกับโอกาสที่จะเลิกยานั้นเป็นเรื่องยาก แต่การเลี่ยงตัวเลือกนี้จะยิ่งทำให้ชีวิตแย่ลงไปกว่าเดิม หลาย ๆ คนเลือกที่จะมองหาโปรแกรมการฟื้นฟูที่มีสถิติผลลัพธ์ที่ดีและสอดคล้องกับแนวความคิดของคนนั้นเอง ในการฟื้นฟู มีหลายโปรแกรมที่จัดยารักษาให้กับผู้เข้ารับการบำบัดทั้งในระหว่างการถอนหรือตลอดโปรแกรม และหลังจากกลับบ้าน บางคนพอใจกับการกินยาแต่บางคนอยากหายขาดจากยาทุกชนิด สำหรับที่นาร์โคนอน เรามีโปรแกรมพิเศษที่มุ่งเน้นการล้างพิษทั้งหมดและการสร้างทักษะการใช้ชีวิตที่ปราศจากยาเสพติด ที่นี่ คุณสามารถใช้เวลาได้เต็มที่ในการพัฒนาทักษะตนเอง เพราะที่นาร์โคนอนศูนย์บำบัดผู้ติดยาแห่งนี้ ไม่มีการจำกัดเรื่องเวลา

ยังมีเหตุผลอีกมากมาย แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้อาจเพียงพอที่จะนำไปใช้ในการเลิกยาเสพติด ชีวิตเราดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด เพราะมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนที่สามารถเลิกยาเสพติด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยปราศจากยาเสพติด หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการเลิกยาเสพติด ขอให้ติดต่อมา แล้วเราจะช่วยคุณ

ภาวะการติดยาเสพติดเป็น โรคสมองชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อสมอง เช่นเดียวกับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งจิตใจและร่างกาย หลายคนที่กำลังเผชิญกับความผิดปกติของสารเสพติด มักเกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม การรับรู้ การพิจารณาและ การตัดสินใจของตนเอง เหตุผลต่าง ๆ ที่คนเหล่านั้นกล่าวอ้างเพื่อเริ่มเสพยา โดยมีดังนี้:

อิทธิพลจากคนรอบข้าง

ผู้ที่มีพฤติกรรมเสพติดอาจเห็นว่า ยาเสพติดเป็นพฤติกรรมที่ปกติเพราะ ทุกคนรอบตัวล้วนใช้สารเสพติดและ ไม่มีใครพูดถึงอันตรายใด ๆ อย่างไรก็ตามบางคนอาจใช้สารเสพติดเนื่องจาก แรงกดดันจากคนรอบข้างได้เช่นกัน โดยเกิดจากที่บางคนหรือกลุ่มคนพยายามอยู่ตลอดเพื่อ ทำให้ใครบางคนทำอะไรบางอย่างที่มักจะเป็นด้านลบ

พัฒนาความสามารถ

บางคนอาจเริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรกให้เป็น แนวทางในการพัฒนาความสามารถตนเอง ทั้งในด้านกีฬาหรือการศึกษา นักกีฬาที่ทะเยอทะยานอาจเริ่มใช้สารเสพติดเพื่อช่วยให้ พวกเขาทำงานได้ดีขึ้น ในระหว่างการแข่งขัน โชคร้ายที่สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลอันตรายที่ตามมา

บรรเทาความเครียด

ผู้ติดยาเสพติดอาจเริ่มใช้ยาเพื่อ บรรเทาความเครียดจากอาการเก็บกดเพราะ พวกเขารู้ว่ายาเสพติดให้ความรู้สึกที่มึนเมา โดยยาเสพติดเหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกรื่นรมย์ใจอย่างแรงกล้า แต่มันยิ่งทำให้สมองปราถนาความรู้สึกเมายาอยู่ตลอด

เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

คนที่กลายเป็นผู้ติดยาเสพติด อาจเริ่มจากการกินยาเพื่อพยายามรักษาตัวเอง พวกเขาอาจกำลังต่อสู้กับความเจ็บป่วยทางจิตพื้นฐานที่แตกต่างกันและ กำลังพยายามที่จะรักษาอาการเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม การทำลักษณะนี้อาจยิ่งทำให้เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข

ผลกระทบถาวรต่อสมองจากการติดยาเสพติด

การใช้ยาและแอลกอฮอล์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อสมองอย่างถาวร สมองเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่สามารถต้านทานความอยากสัมผัสอาการเมายาที่คุณเสพเข้าไป

ไม่มีสิ่งใดเทียบหรือให้ความสุขแบบเดียวกับที่ คุณเคยได้ขณะเสพยาเสพติด เนื่องจากเส้นทางการให้รางวัลของคุณถูกส่งไปยังสมอง ทั้งแบบเป็นการชั่วคราวหรือถาวร หากแม้แต่สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ยังมีความหวังในการรักษาอยู่เสมอ 

LHSThai Addiction Recovery Center ทำงานร่วมกับผู้ป่วยเพื่อช่วยจัดการอาการต่าง ๆ ของพวกเขาและ กลับสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุด ที่พวกเขาสามารถทำได้

ยาเสพติดและแอลกอฮอล์เป็นอันตรายและออกฤทธิ์ได้หลายวิธี สมองจะพยายามปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตามความรู้สึกที่ได้จากยาเสพติด นอกจากเส้นทางการให้รางวัลที่เชื่อมสมอง ผู้ป่วยติดยาเสพติดอาจประสบกับการสูญเสียการได้สัมผัสกับ ความสุขอย่างสมบูรณ์ เหนือสิ่งอื่นใดการเสพยาเสพติดสามารถนำไปสู่ การเจ็บป่วยที่รุนแรงทางจิต

ผลกระทบทางสังคมจากการใช้ยาในทางที่ผิด

การติดสารเสพติดสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคนและไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน ที่น่ากลัวคือเมื่อพฤติกรรมเสพติดมีการต่อต้าน แน่นอนว่าอาจเกิดผลกระทบทางสังคมขึ้นได้ ทุกแง่มุมชีวิตของผู้ติดยาเสพติดล้วนจะได้รับผลกระทบจากการติดยาเสพติด

ผู้ติดยาเสพติดอาจต้องการสูญเสียเพื่อนของตนเอง บ่อยครั้งที่การติดยาเสพติดนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด รวมถึงเพื่อน ๆ และคนในครอบครัว โดยอารมณ์ความรู้สึกต่อความสัมพันธ์เหล่านี้อาจรุนแรงมาก ซึ่งอาจทำให้บางคนตัดความสัมพันธ์กับผู้เสพยาเสพติด เนื่องจากพฤติกรรมที่รุนแรงของพวกเขา

ผู้เสพติดยาอาจถูกไล่ออกจากทีมหรือสโมสรใด ๆ ที่พวกเขาเป็นสมาชิก บางคนอาจใช้ยาเสพติดเพื่อเพิ่มความสามารถทางการศึกษาหรือด้านกีฬา รวมถึงการใช้ยาในเฉพาะเหตุการณ์พิเศษ โดยที่ยาเสพติดอาจส่งผลต่อ การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ความรู้สึกและการให้ความร่วมมือ ความอันตรายของมันนั้นรุนแรงมากที่ อาจทำให้แปรสุ่มเหล่านี้เกิดการสับสนระหว่างการเล่นกีฬา ถ้ามีใครล่วงรู้ความลับ คุณอาจถูกไล่ออกจากทีมและ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้เสพติดยาอาจต้องตกงาน บางคนที่เผชิญกับพฤติกรรมเสพติดยาอาจตกงานด้วยเหตุผลหลายประการ ผู้เสพติดยาต้องเจอกับความอยากยาขั้นรุนแรง โดยอาจทำให้ผู้ติดยาต้องเสพยาแทนที่จะไปทำงาน การขาดงานบ่อย ๆ อาจทำให้โดนไล่ออก ผู้เสพยาอาจปฏิบัติงานได้ไม่เต็มที่ขณะอยู่ภายใต้อิทธิของยาเสพติด ทั้งนี้ผู้เสพติดอาจรู้สึกอยากนำอุปกรณ์เสพยาเสพติดมาที่ทำงานหรือ มีอาการเมายาขณะอยู่ที่ทำงาน ซึ่งอาจทำให้ถูกไล่ออกจากงานได้

วัยรุ่นกับยาเสพติดหรือการดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด

วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเห็นประโยชน์ทางสังคมที่รับรู้ได้ในเชิงบวกที่ อาจเป็นผลจากการใช้ยาและแอลกอฮอล์ เมื่อเทียบกับผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น โดยวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะต้องการมีส่วนร่วมในพฤติกรรมเสี่ยง

ยาเสพติดและแอลกอฮอล์สามารถทำให้สมองมีการต่อเส้นระบบของมันเอง โดยนับว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สมองวัยรุ่นในช่วงการพัฒนานั้นสำคัญมาก ซึ่งอาจได้ผลกระทบต่อความจำระยะสั้นหรือระยะยาวได้เช่นกัน ผลกระทบต่อสมองในระหว่างการใช้สารเสพติดของวัยรุ่น อาจมีดังต่อไปนี้

จุดประสานประสาท (ซิแนปส์) เสียหาย

ปัญหาหน่วยความจำ

นิสัยที่ไม่ดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

ศักยภาพการเรียนรู้ที่จำกัด

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังทุกข์ทรมานจากการเสพติด แนวทางที่ดีที่สุดของการปฏิบัติคือ การขอความช่วยเหลือทันที การเสพติดสามารถทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อจิตใจและร่างกาย แม้กระทั่งทำให้ผู้เสพติดได้รับผลถาวร โรคที่อาจถึงตายได้นี้สามารถส่งผลกระทบต่อทุกด้านของชีวิตผู้ติดยาเสพติด

ผู้ติดยาล้วนสมควรได้รับความช่วยเหลือเพื่อบำบัดโรค

ที่ศูนย์ LHS เราเชื่อว่าเส้นทางเพื่อการฟื้นฟูสำหรับผู้ติดยาเสพติดนั้น ไม่เหมือนใคร นี่คือเหตุผลที่ศูนย์แห่งนี้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้พวกเขาได้รับความสนใจเฉพาะบุคคลและ สร้างแผนบำบัดรายบุคคลที่จะได้ผลดีที่สุดสำหรับแต่ละคน ที่นี่มีตัวเลือกการบำบัดที่หลากหลายเพื่อ ให้โอกาสผู้ติดยาเสพติดในการรักษาอาการทั้งหมดและ เพื่อสร้างชีวิตที่มีดีขึ้นให้กับผู้ติดยาเสพติด

อาการของคนเสพยา จะมีลักษณะที่ไม่สามารถหยุดเสพสารได้แม้จะมีผลกระทบไม่ดีตามมาในภายหลังก็ตาม อาการเสพติด หมายถึงการใช้สารเสพติดอื่น ๆ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้เกิดชีวิตส่วนตัวแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเจน  และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คนที่เป็นผู้ติดยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์มักจะบอกว่า พวกเขาเสพสารเสพติดเพราะรู้สึกว่า “ควบคุมตัวเองไม่ได้” พวกเขาอาจต้องการหยุดเสพแต่ไม่สามารถหยุดได้ บ่อยครั้งที่คนกำลังปฏิเสธเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นของการใช้สารเสพติด และต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อน และคนในครอบครัวให้รับรู้ถึงปัญหา

อาการเสพติดมักจะมาพร้อมกับการขาดความอดทน และการพึ่งพาทางด้านร่างกาย ความอดทนเกิดขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับการใช้สารเสพติด และใช้ในปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้รับผลตามที่ต้องการ สิ่งนี้มักก่อให้เกิดการพึ่งพา ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติกับสารเสพติด และจะมีอาการถอนเมื่อสารเสพติดถูกล้างออกออกจากร่างกาย

คนที่คุณรักอาจสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาการเหล่านี้ คนนั้นอาจต้องการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเสพยามากเกินขนาดเพื่อให้เกิดความมึนเมา นอกจากนั้นบุคคลนั้นอาจแสดงสัญญาณของการถอน – เช่น ตัวสั่น และเหงื่อออก – เมื่อไม่ได้เสพสารเสพติด

ตามที่ได้เห็นกันใน ศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์ ว่าพฤติกรรมปกติของวัยรุ่นสามารถแยกแยะอาการของการเสพยาเสพติดได้ยาก อารมณ์เสียบ่อยครั้ง ปฏิเสธการเชื่อฟัง และการเปลี่ยนแปลงความสนใจที่มักพบบ่อยในวัยรุ่น และไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสัญญาณของปัญหา ผู้ปกครอง และเพื่อนฝูงควรสังเกตสัญญาณหลาย ๆ อย่างของการเสพติดที่นอกเหนือไปจากพฤติกรรมของวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปในกลุ่มอายุนี้

อาการเสพติดเป็นการแพร่กระจาย มีอิทธิพลในทุกด้านของชีวิต โดยทั่วไปแล้วจะมีสัญญาณว่าครอบครัว และเพื่อนฝูงสามารถเฝ้าดูอาการที่บ่งบอกให้เห็นถึงอาการเสพติด สภาแห่งชาติด้านการพึ่งพาแอลกอฮอล์ ยาเสพติด ได้ระบุสัญญาณของการติดสารเสพติดทางกายภาพ พฤติกรรม และสังคม ขั้นตอนดังต่อไปนี้จะช่วยทำให้คุณรับรู้ได้ว่าคนที่คุณรักกำลังทนทุกข์ทรมานจากอาการเสพติดหรือไม่

คุณจะทราบได้อย่างไรว่าบุคคลนั้นกำลังติดยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์?

ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อช่วยในการค้นหา

ขั้นตอนที่ 1: ดูที่สัญญาณของทางร่างกาย

อาการติดยาเสพติด หรือแอลกอฮอล์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ ผลกระทบบางอย่างเหล่านี้สามารถสังเกตได้จากการใช้ชีวิตของบุคคลนั้น การทนทุกข์ทรมานของแต่ละคนจากอาการเสพติดอาจแสดงสัญญาณทางกายภาพดังต่อไปนี้:

ขั้นตอนที่ 2: สังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

อาการเสพติดส่งผลกระทบต่อทุกด้านของการใช้ชีวิตของบุคคลนั้น บุคคลนั้นจะค้นหา และใช้ยา หรือแอลกอฮอล์แม้ว่าการใช้สารเสพติดจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ความสัมพันธ์ และการทำงานในแต่ละวันก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากการเสพติดมักจะเป็นสัญญาณเริ่มแรกของปัญหาที่คนรักของคุณสามารถสังเกตเห็นได้ การโดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมดังต่อไปนี้เกิดขึ้น:

ขั้นตอนที่ 3: ค้นหาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยาเสพติด

ผู้ปกครองของเด็กที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากอาการเสพติดอาจต้องการค้นสิ่งของส่วนตัวของบุตรหลายของพวกเขาเพื่อดูว่ามีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยาเสพติดหรือไม่ ทุกคนมีสิทธิได้รับความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามการมีความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก ๆ ก็เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล และการค้นหายาเสพติด หรือแอลกอฮอล์อาจช่วยยืนยันได้ในบางครั้ง นักจิตวิทยาในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ขั้นตอนเหล่านี้หากคุณมีเหตุผลเพียงพอที่เชื่อว่าบุตรหลานของคุณกำลังใช้สารเสพติดที่ผิดกฎหมาย

หากบุคคลที่คุณสงสัยอยุ่ในวัยผู้ใหญ่แล้วล่ะก็มันอาจจะค่อยข้างยากในการค้นหาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยาเสพติด ในขณะที่คุณไม่ต้องการละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล คุณสามารถมองหาของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ในพื้นที่ซึ่งใช้ร่วมกัน หากไม่แน่ใจว่าจะค้นหาพื้นที่ส่วนตัวได้หรือไม่ โปรดปรึกษากับนักบำบัด หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเสพติดก่อน

การทำงาน หรือการเรียนโดยทั่วไปจะแย่ลงเมื่อบุคคลคนนั้นติดสารเสพติด นักเรียนที่เคยเรียนเก่งในโรงเรียนอาจสอบได้คะแนนลดลง และจะใส่ใจกับการบ้านลดน้อยลง การทำงานอาจะมีปัญหา และบุคคลนั้นอาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานบ่อยครั้ง

การติดสารเสพติดมักเกิดขึ้นพร้อมกับความผิดปกติของสุขภาพจิตอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล หากคนที่คุณรักมีอารมณ์ไม่ปกติ หรือมีความกังวล พวกเขาอาจพยายามใช้วิธีการรักษาด้วยตนเองโดยใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรือดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากภาวะสุขภาพจิตมีแตกต่างกันมากมายจึงทำให้แต่ละคนอยู่ในความเสี่ยงของการเสพติดเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นควรเฝ้าติดตามสัญญาณของการใช้สารเสพติดของคนที่คุณรัก

แม้ว่านักเคลื่อนไหวด้านกฎหมาย และผู้สูบกัญชาหลายคนเชื่อว่าการสูบกัญชาจะไม่มีผลเสีย แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าการสูบกัญชาอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันไป

กัญชาจะเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แทบจะทันทีเมื่อเริ่มสูบ และสามารถอยู่ในร่างกายได้นานตั้งแต่ 1 ถึง 3 ชั่วโมง เมื่อนำกัญชามาผสมในอาหารเพื่อรับประทาน เช่น บราวนี่ และคุกกี้ จะใช้เวลายาวนานกว่าสูบเมื่อเริ่มรับประทาน และมักจะอยู่ในร่างกายได้ยาวนานกว่า

ผลเสียในระยะสั้น

ผลเสียในระยะสั้นของกัญชา ประกอบไปด้วย:

บางครั้งการสูบกัญชาอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล กลัว หวาดระแวง หรือตื่นตระหนกได้

ผลกระทบต่อสมอง

สารออกฤทธิ์ในกัญชา เดลต้า -9 เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol) หรือ THC ทำหน้าที่เป็นตัวรับแคนนาบินอยด์บนเซลล์ประสาท และมีอิทธิพลต่อการทำงานของเซลล์เหล่านั้น พื้นที่สมองบางส่วนมีตัวรับแคนนาบินอยด์จำนวนมาก แต่ส่วนอื่น ๆ ของสมองนั้นมีตัวรับน้อย หรือไม่มีตัวรับเลย ตัวรับแคนนาบินอยด์จำนวนมากพบได้ในส่วนของสมองที่มีผลต่อความสุข ความจำ ความคิด สมาธิ การรับรู้ทางประสาทสัมผัส เวลาของการรับรู้ และการเคลื่อนไหวร่างกายร่วมกัน

ผู้ใช้สามารถพบอาการต่อไปนี้เมื่อมีการใช้กัญชาในปริมาณสูงซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นกรณีของการผสมในอาหารเพื่อรับประทานแทนที่จะเป็นสูบ:

ผลกระทบต่อหัวใจ

หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตลดลงภายในไม่กี่นาทีหลังจากการสูบกัญชา กัญชาสามารถทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น 20 ถึง 100% และความดันโลหิตลดลงเล็กน้อย

จากบทวิจารณ์ที่ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2560 ระบุว่าความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้สูบกัญชามีช่วงตั้งแต่ 4 ถึง 5 เท่าในชั่วโมงแรกหลังจากสูบกัญชา เมื่อเทียบกับความเสี่ยงทั่วไปของภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อไม่สูบกัญชา

ผลกระทบต่อกระดูกของคุณ

งานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2560 พบว่าคนที่สูบกัญชาจำนวนมาก และเป็นประจำมีความหนาแน่นของกระดูกลดลงซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงของภาวะกระดูกแตกหัก

การศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระใช้รังสีเอกซ์สแกน DEXA และพบว่าผู้สูบกัญชาจำนวนมากมีน้ำหนักตัวลดลง และดัชนีมวลกายลดลง (BMI) ซึ่งอาจทำให้สูญเสียความหนาแน่นของกระดูก ผู้สูบกัญชาจำนวนมากถูกเปรียบเสมือนว่าเป็นผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 5,000 ครั้งในช่วงชีวิตของพวกเขา

อย่างไรก็ตามการศึกษาอื่น ๆ ที่ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2560 จากการสำรวจ และข้อมูลด้านสุขภาพของวัยผู้ใหญ่จำนวนเกือบ 5,000 ราย และไม่พบข้อมูลที่สัมพันธ์กันระหว่างความหนาแน่นของกระดูกลดลง กับการใช้กัญชา

ผลกระทบต่อปอด

การสูบกัญชา ถึงแม้ว่าจะสูบไม่บ่อยก็ตามอาจทำให้เกิดการเผาไหม้ แสบปาก และลำคอ รวมทั้งทำให้เกิดอาการไอรุนแรง จากบทวิจารณ์ที่ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2562 นักวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ที่สูบกัญชาเป็นประจำอาจประสบปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่:

ผู้สูบกัญชาส่วนใหญ่จะได้รับสารของกัญชาน้อยกว่าผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับสารนิโคติน อย่างไรก็ตามไม่ควรมองข้ามผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการกัญชา กัญชาประกอบไปด้วยสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งซึ่งใกล้เคียงกับควันบุหรี่ และเนื่องจากผู้สูบกัญชาโดยทั่วไปมักสูดดมเข้าไปลึก ๆ และเก็บควันไว้ในปอดของพวกเขาไว้ให้นานกว่าผู้สูบบุหรี่

แล้วก่อให้เกิดโรคมะเร็งหรือไม่?

จากบทวิจารณ์ที่ได้ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2558 มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้สูบกัญชามีโอกาสเป็นมะเร็งที่ศีรษะ และลำคอได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบกัญชาถึงสามเท่า แต่จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมไม่สามารถยืนยันการศึกษาดังกล่าวได้

เนื่องจากควันของกัญชาประกอบไปด้วยน้ำมันดินในปริมาณที่พบในควันบุหรี่มากกว่าถึงสามเท่า

และมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งจำนวนหนึ่งจึงดูเหมือนมีเหตุผลที่จะเปรียบได้ว่าผู้สูบกัญชามีความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามนักวิจัยไม่สามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงดังกล่าวได้แน่นอนเนื่องจากการศึกษาของพวกเขาไม่สามารถปรับใช้กับการสูบบุหรี่

และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงได้

การศึกษาการเชื่อมโยงการสูบกัญชากับโรคมะเร็งปอดยังถูกจำกัด ดวยอคติการเลือก และขนาดของตัวอย่างทดสอบจำนวนน้อย ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าร่วมในการศึกษาเหล่านั้นอาจยังเด็กเกินไปที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งปอดได้ 7 แม้ว่านักวิจัยยังไม่ได้ “พิสูจน์” การเชื่อมโยงระหว่างการสูบกัญชา กับมะเร็งปอดได้ ผู้สูบทั่วไปก็ยังคงต้องการพิจารณาถึงความเสี่ยงด้วย

ผลของการได้รับสารระหว่างตั้งครรภ์

มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าเด็กที่เกิดจากมารดาที่สูบกัญชาในระหว่างตั้งครรภ์มีปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการทางระบบประสาท

จากบทวิจารณ์ของการศึกษาดังกล่าวในปี พ.ศ. 2561 พบว่าการได้รับสารของกัญชาก่อนคลอดอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิด:

การบำบัดรักษายาเสพติดของคุณไม่มีคำว่าถูก หรือผิด

ยาเสพติดมีพลังอำนาจ และทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลืออาจหยุดสูบ หรือรับประทานกัญชาได้ในที่สุด เมื่อพวกเขาสามารถบำบัดฟื้นฟูได้แล้วมุมมองใหม่ ๆ ของชีวิตก็เปิดกว้างขึ้น ดังนั้นถึงเวลาเลิกใช้กัญชาแล้ว

ยาเสพติดให้โทษร้ายแรงต่อร่างกายแล้วยังส่งผลกระทบไปยังครองครัว, สังคมและบ้างก็กลายเป็นอาชญากรในประทเศ โดยโทษของยาเสพติดมีผลในการทำลายระบบประสาทเช่น คุณจะรู้สึกเห็นภาพหลอน, ซึมเศร้า, มีความวิตกกังวลและคลุ้มคลั่ง การเคลื่อนไหวของอวัยวะทำงานจะผิดปกติเช่น หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขั้นคล้ายกลับหลังจากที่คุณออกกำลังกายเสร็จ นี่อาจจะมีผลต่อความดันในโลหิตสูงและอาจหัวใจวายในที่สุด

ผู้เสพยาหลายคนเริ่มการเสพยาเพื่อระบายความเครียดและบ้างก็เสพยาเพื่อความสนุก ซึ่งอันที่จริงแล้วนี่อาจจะทำให้คุณเพิ่มความเครียดและโรควิตกกังวลให้กับคุณได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ประเภทของยาเสพติดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีทั้งหมด 4 ประเภท

การติดยาเสพติดที่แพร่หลายในประเทศ

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหายาเสพติดอย่างมากเมื่อย้อนกลับไปในอดีต ซึ่งหลายครั้งด้วยกันที่ผู้เสพยาเสพติดสร้างปัญหาภายในครอบครัว,ปัญหาอาชญากรรมและปัญหาการลักขโมย เป็นเหตุที่น่าสลดที่ซึ่งบางครั้งก็มีการพลากชีวิตที่บริสุทธิ์เพียงเพราะผู้ติดยาไม่สามารถควบควมการทำงานในระบบประสาทได้ เรามาดูบาเสพติดที่ติดอันดับในไทยกันต่อเลย 

1. ยาบ้า

ยาบ้าเป็นยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทและมีลักษณะเป็นเม็ดกลมหลากหลายสีไม่ว่าจะเป็นสีส้ม แดง น้ำตาล เขียว โดยจะมีตัวอักษร WY, YและR โดยการยาบ้าจะมีการเข้าไปกระตุ้นประสาทของคุณทำให้ผู้เสพยามีอาการติดยา ซึ่งคุณจะมีความรู้สึกตื่นตัว, มีการใจสั่น, รู้สึกเครียดและมีความดันโลหิตที่สูงขึ้น ซึ่งหากคุณเสพยามากเกินขนาดก็อาจจะทำให้คุณหัวใจวายและเสียชีวิตได้ ยากบ้าเป็นตัวยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพส่งผลอื่นที่ร้านแรงต่อสังคมได้มากที่สุดเช่น เกิดการคลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถทำร้ายผู้อื่นและตนเองได้

2. เฮโรอีน

ยาเสพติดเฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่นและมีรสขมจัด ซึ่งผู้ที่เสพเฮโรอีกนี้จะรู้สึกผ่อนคล้ายจากความเครียดและมีความสุข สามารถลดอาการเจ็บปวดได้ไปจนถึงไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ยาเสพติดนี้จะทำให้คุณเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ, กระดูก, ข้อต่อ, สันหลังและอาจจะมีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงเพราะด้วบฤทธิ์การกดเส้นประสาท ยาตัวนี้จะส่งผลให้คุณนอนไม่หลับ, หัวใจเต้นช้าลง และอาจจะให้ใจไม่ค่อยออก โดยหากคุณมีปัญหาเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล นี่ก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นโรคนี้ได้เช่นกัน

3. ยาอี 

ตัวยาอีนี้เป็นสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทและหลอนประสาท สารเสพติดชนิดนี้แพร่ระบาดในไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งยานี้จะมีลักษณะเม็ดกลมแบนและมักจะมีสียา เขียวอ่อน เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน เทาอ่อนหรือชมพูอ่อนเป็นต้น ยาอีจะมีฤทธิ์ทำให้หัวใจคุณเต้นแรงขึ้นจนเหงื่อออก คุณอาจจะมีอาการปวดศรีษะและสายตาพร่ามัว นอกจากนี้คุณก็จะมีอาการประสาทหลอนและบางครั้งก็อาจจะพูดคนเดียวบ่อยครั้ง ผู้เสพจะมีอาการวิตกกังวลผสมกับอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง

4. ยาเค

ยาเคเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้มและเข้าใจว่าตัวเองมีพลังเหนือมหนุษย์ ยาชนิดนี้สามารถระงับอาการปวดและการไอได้ โดยบ้างก็ถูกนำมาใช้ในการแพทย์ในปริมาณที่เหมาะสม แต่หากคุณใช้ยาชนิดนี้ในระยะยาวก็จะเพิ่มอาการโรคซึมเศร้า, สมาธิสั้นและขาดสมาธิ, ง่วงนอนและท้องผูกอย่างรุนแรง

5. กัญชา

การเสพติดกัญชานั้นอาจจะมีผลเสียต่อระบบความจำและทำให้คุณความจำเสื่อมได้ หากมีการเสพติดเป็นระยะเวลายาวนาน โดยหลายคนก็อาจจะใช้ในการเพิ่มสมาธิเพื่อการเรียนแต่ทั้งนี้แล้วก็มักจะมีข้อกำหนดในการใช้ โดยการสูยกัญชามากไปก็อาจจะทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้เช่นกัน ส่วนผลเสียของร่างกายก็คือ โรคปากแห้ง, โรคปอด, คอแห้งและอยากอาหารอยู่เรื่อยๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการขาดหายจากการติดยาเสพติดนี้ คุณสามารถเข้ารับการบำบัดได้ฟรีซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่มีแรงสนับสนุนจากครอบครัวของคุณ โดย “ศูนย์บำบัดผู้ติดยา” เป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นการเสพยากัญชา, โคเคน, เฮโรอีนหรือยาบ้าก็ตาม ทางศูนย์บำบัดสามารถช่วยเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยยาเสพติดได้อย่างใกล้ชิดและถูกวิธี ซึ่งผู้ป่วยส่วนที่ติดยาเสพติดส่วนมากนั้นมีภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติด้านการรับรู้อื่นๆ ทางแพทย์ก็จะทำการให้คำปรึกษาและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกับผู้เสพยาคนอื่นด้วยเช่นกัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในทางการให้กำลังใจเลิกยา

ทางรัฐบาลก็มีการสนับสนุนให้ผู้เสพติดได้เข้ารับการบำบัดและการรักษา รวมถึงการดูแลช่วยเหลือให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยการเข้ารับบำบัดนี้ก็เป็นตัวเลือกความสมัครใจของผู้ที่ต้องการการรักษาอย่างยิ่งจริงจัง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหายอาการที่หลงเหลือจากผลกระทบการเสพยาและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตที่มีความสุขอีกครั้ง

วิธีการรักษาผู้ติดยาเสพติดเบื้องต้น

ประเภทการบำบัดพฤติกรรมเบื้อต้นได้แก่:

การรักษาทุกประเภทนี้ก็จำเป็นต้องมีคนใกล้ชิดที่สามารถช่วยสนับสนุนตลอดระยะเวลาในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิดใจที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม

ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดและด้านสภาพจิตใจอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์

เป็นศูนย์ฟื้นฟูและพักฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรุงเทพ ศุนย์ฟื้นฟูไลท์เฮ้าส์ เป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพในรูปแบบอเมริกัน ให้การรักษาติดยาเสพติดที่มีคุณภาพสูงสุดในราคาที่เหมาะสมและเป็นการบำบัดแบบเฉพาะในประเทศไทยเพื่อให้การรักษาเป็นรายบุคคลกับผู้บำบัดรักษาทุกราย เราเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยทีมงานชาวอเมริกันและคนไทยที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมการรักษาการติดยาเสพติดและความผิดปกติด้านสุขภาพจิตจากสหรัฐอเมริกา

บริการของเรา

ให้การรักษาอาการของผู้ที่ติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์โดยมีวิธีการรักษาแบบเหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดการติดยาเสพติดที่มีคุณสมบัติและความรู้เหมาะสมที่สุด และบุคลากรทางการแพทย์ของเราทุกคนจบปริญญาโทหรือสูงกว่าโดยมีประสบการณ์หลายปีในการทำงานด้านสุขภาพจิตและการรักษาติดยาเสพติด ได้รับการฝึกอบรมในการรักษาการติดยาเสพติดและรักษาผู้ที่มีอาการผิดปกติด้านสุขภาพจิต

ติดต่อเรา

Lighthouse Human Services & Consulting, Co., Ltd.

Head Office:
Ramkamheng 118
Saphan Sung, Bangkok 10240
Thailand

Email: [email protected]